All Round Protection For Every Uncertainty

การบริหารความเสี่ยงขององค์กร (Enterprise Risk Management : ERM) และการบริหารสินทรัพย์ และหนี้สิน (Asset Liability Management : ALM)

การบริหารความเสี่ยงขององค์กร (Enterprise Risk Management : ERM)

บริษัทฯ จัดให้การบริหารจัดการนั้นเป็นไปอย่างมีระบบ และมีองค์ประกอบหลักของการบริหารความเสี่ยงที่ดีและครบถ้วน โดยใช้ระบบการบริหารความเสี่ยงแบบบูรณาการทั่วทั้งองค์กร อย่างมีประสิทธิภาพตามมาตราฐานการบริหารความเสี่ยงสากล และเป็นไปตามหลักเกณฑ์และมาตราฐานขั้นต่ำในการบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัทประกันภัย ที่สำนักงาน คปภ. กำหนดไว้ เพื่อให้องค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายการดำเนินงานตามแผนธุรกิจได้ ซึ่งมีความสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ และภารกิจขององค์กร

นโยบายการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ

ประเภทของความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจด้านประกันวินาศภัยนั้นจำแนกออกเป็น 11 ประเภท ซึ่งประกอบด้วย

(1) ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategic Risk)
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดแผนกลยุทธ์ แผนการดำเนินงาน และการนำแผนดังกล่าวไปปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสม นอกจากนี้ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ยังรวมถึงการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยภายนอกซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เทคโนโลยี และความคาดหวังของสาธารณชน อีกทั้งปัจจัยภายใน อันส่งผลกระทบต่อการกำหนดกลยุทธ์ หรือการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์หลัก เป้าหมาย และแนวทางการดำเนินงานขององค์กร

(2) ความเสี่ยงด้านการประกันภัย (Insurance Risk)
ความเสี่ยงที่เกิดจากความผันผวนของความถี่ ความรุนแรง และเวลาที่เกิดความเสียหายที่เบี่ยงเบนจากสมมุติฐานที่ใช้ในการกำหนดอัตราเบี้ยประกัน การคำนวณสำรองประกันภัย และการพิจารณารับประกันภัย

(3) ความเสี่ยงด้านตลาด (Marketing Risk)
ความเสี่ยงที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และราคาตราสารในตลาดเงินตลาดทุน ที่มีผลกระทบในทางลบต่อรายได้ และเงินลงทุนของสถาบันการเงิน ความเสี่ยงจากตลาด สามาถแบ่งออกได้ 3 ประเภท คือความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และความเสี่ยงจากราคา

(4) ความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk)
ความเสี่ยงที่เกิดจากคู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามภาระที่ตกลงไว้กับบริษัท รวมถึงโอกาสที่คู่สัญญาจะถูกปรับลดอันดับความเสี่ยงด้านเครดิต ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวมของบริษัทอย่างรุนแรงที่ทำให้เกิดผลขาดทุน

(5) ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk)
ความเสี่ยงที่เกิดจากการที่บริษัทไม่สามารถชำระหนี้สินและภาระผูกพันเมื่อถึงกำหนด เนื่องจากไม่สามารถเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินสดได้ หรือไม่สามารถจัดหาเงินทุนได้เพียงพอ หรือสามารถจัดหาเงินมาชำระได้แต่ด้วยต้นทุนที่สูงเกินกว่าที่จะยอมรับได้ รวมไปถึงปัจจัยภายนอก

(6) ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ (Operational Risk)
ความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายอันเนื่องมาจากการขาดการกำกับดูแลที่ดี ขาดธรรมาภิบาลในองค์กร หรือขาดการควบคุมที่ดีที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการปฏิบัติงาน บุคลากร ระบบงาน ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการบริหารช้อมูล รวมไปถึงความปลอดภัยของข้อมูล

(7) ความเสี่ยงด้านชื่อเสียง (Reputation Risk)
หมายถึง ความเสี่ยงที่เกิดจากการที่สาธารณชน ได้แก่ ลูกค้า คู่ค้า นักลงทุน หรือผู้กำกับดูแล รับรู้ถึงภาพลักษณ์ในเชิงลบหรือขาดความเชื่อมั่นในบริษัทฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ และ/หรือ เงินกองทุนของบริษัทฯ ทั้ง ในปัจจุบันและอนาคต ความเสี่ยงด้านชื่อเสียงอาจเกิดจากการปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องกับจรรยาบรรณ หรือความคาดหวังของสังคม หรือมาตรฐานการบริการของบริษัทฯ หรือไม่เป็นไปตามข้อตกลง หรือการบริการที่ไม่เป็นมิตรกับลูกค้า

(8) ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Risk)
หมายถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อระบบหรือการปฏิบัติงานของบริษัท รวมถึงความเสี่ยงที่เกิดจากภัยคุกคามทางไซเบอร์

(9) ความเสี่ยงด้านมหันตภัย (Catastrophe Risk)
หมายถึงความเสี่ยง หรือเหตุการณ์ต่อเนื่องที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งก่อให้เกิดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนจริงเบี่ยงแบนไปจากค่าสินไหมทดแทนที่ได้มีการคาดการณ์เอาไว้อย่างมาก ซึ่งทำกระทบต่อเงินสำรองของบริษัท และส่งผลให้ค่าอัตราส่วนสินไหมทดแทนสูงขึ้น และอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR Ratio) ลดลงเช่นกัน

(10) ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risk)
หมายความรวมถึง ความเสี่ยงที่อาจเกิดใหม่เป็นความสูญเสียที่อาจไม่เคยปรากฏขึ้นหรือไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน และเป็นความเสี่ยงที่ยากต่อการประมาณการทั้งในเชิงโอกาสการเกิดและความรุนแรงในการเกิด เนื่องจากความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยแวดล้อม อาทิ การเมือง กฎหมาย สังคม เทคโนโลยี สภาพแวดล้อมทางกายภาพ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ

(11) ความเสี่ยงภายในกลุ่มธุรกิจ (Group Risk)
ความเสี่ยงที่บริษัทอาจได้รับผลกระทบเชิงลบจากสถานการณ์ (ทั้งที่เป็นทางการเงินและที่มิใช่การเงิน) จากธุรกิจในกลุ่มเดียวกัน นอกจากนี้ยังรวมไปถึงความเสี่ยงที่เกิดจากความมั่นคงทางการเงินของกลุ่มธุรกิจทั้งหมด หรือบริษัทภายในในกลุ่มธุรกิจ ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ของธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง ซึ่งเป็นทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในกลุ่มธุรกิจเอง หรือเหตุการณ์ภายนอกที่กระทบต่อกลุ่มธุรกิจ

ขอบเขตการบริหารความเสี่ยงของบรษัทฯ

(1) การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์และการกำหนดราคาผลิตภัณฑ์ประกันภัย

1.1 การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ คือ กระบวนการในการพัฒนาลักษณะของแบบประกันภัยให้เป็นที่ต้องการของตลาดและมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทางธุรกิจของบริษัทรวมถึงการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงแบบประกันภัยที่มีอยู่เดิมด้วย

1.2 การกำหนดราคาผลิตภัณฑ์ประกันภัย คือ กระบวนการประเมินค่าสินไหมทดแทน ผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ ต้นทุนทางการเงินและการปฏิบัติการ และประมาณการรายได้จากเบี้ยประกันภัย โดยกระบวนการกําหนดอัตราเบี้ยประกันภัยและเงื่อนไขความคุ้มครองเกี่ยวข้องกับการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับความเสี่ยงที่คุ้มครอง การกําหนด สมมติฐานในการคํานวณอัตราเบี้ยประกันภัย และการติดตามดูแลความเหมาะสมของการกําหนดอัตราเบี้ยประกันภัย

(2) การเสนอขายและการเก็บเบี้ยประกันภัย

2.1 การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย คือ ในกรณีบริษัท หมายความว่า การเชิญชวนให้ลูกค้าทําสัญญาประกันภัยกับบริษัท ในกรณีที่กระทําโดยตัวแทนประกันวินาศภัย หมายความว่า การชักชวนลูกค้าให้ทําสัญญาประกันภัยกับบริษัท และในกรณีที่กระทําโดยนายหน้าประกัน วินาศภัยหรือธนาคาร หมายความว่า การชี้ช่องหรือจัดการให้ลูกค้าทําสัญญาประกันภัยกับบริษัท

2.2 การเก็บเบี้ยประกันภัย เป็นการเรียกเก็บค่าเบี้ยประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเก็บเบี้ยประกันภัยที่ออกโดยสํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย โดยในกรณีที่มีการมอบหมายให้บุคคลใดกระทำการแทนบริษัทต้องมีการแต่งตั้งอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรและเป็นไปตามนโยบายการใช้บริการจากบุคคลภายนอก

(3) การพิจารณารับประกันภัย คือ กระบวนการซึ่งบริษัทฯ ดําเนินการประเมินความเสี่ยงที่บริษัทฯ จะต้องรับไว้ภายใต้ขอบเขตของระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โดยกระบวนการพิจารณารับประกันภัยเกี่ยวข้องกับการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับการขอเอาประกันภัยที่สําคัญ การประเมินระดับความเสี่ยง การคํานวณเบี้ยประกันภัยตามอัตราที่บริษัทกําหนด และการตัดสินใจรับหรือปฏิเสธการประกันภัย

(4) การประเมินสำรองประกันภัย เป็นการประเมินถึงความเหมาะสมความเพียงพอของสำรองประกันภัย

(5) การบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทน คือ กระบวนการซึ่งบริษัทฯ ตรวจสอบเอกสารและหลักฐานเพื่อพิจารณาจ่ายชําระค่าสินไหมทดแทนและผลประโยชน์ถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุในสัญญาประกันภัย

(6) การประกันภัยต่อ คือ กระบวนการพิจารณาในการโอนหรือรับความเสี่ยงทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนไปให้กับผู้รับประกันภัยต่อรายอื่น โดยพิจารณาจากผลการทำประกันภัยต่อในอดีตและสถิติค่าสินไหมทดแทนที่เกิดขึ้น

(7) การลงทุนประกอบธุรกิจอื่น คือ การพิจารณาลงทุนประกอบธุรกิจอื่น โดยพิจารณากฎระเบียบตามประกาศของสำนักงาน คปภ. และกฎระเบียบบริษัท ว่าด้วยการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย

(8) การบริหารสินทรัพย์และหนี้สิน เป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงจากความไม่สัมพันธ์กันระหว่างระยะเวลาและจำนวนสินทรัพย์ลงทุนกับระยะเวลาและจำนวนหนี้สินตามภาระผูกพันของบริษัท มีวัตถุประสงค์เพื่อการจัดการความเสี่ยงทางด้านการเงินสำหรับสินทรัพย์หนุนหลังเพื่อการจ่ายชำระหนี้สินสำหรับธุรกิจ

(9) การจัดจ้างบุคคลภายนอก การใช้บริการจากบุคคลภายนอกนั้นมีไว้เพื่อรองรับการแข่งขันที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างรวดเร็ว การปรับปรุงคุณภาพงานบริการให้กับลูกค้า และความพยายามในการลดต้นทุนขององค์กรต่าง ๆ ทำให้บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องใช้บริการ และ/หรือ ว่าจ้างผู้ให้บริการรายอื่น หรือ บุคคลภายนอกให้มาดำเนินการแทน เพื่อหันมาทุ่มเทบุคลากร และทรัพยากรที่มีอยู่กับงานหลักที่สำคัญของบริษัท

กระบวนการและวิธีการในการประเมินและวัดความเสี่ยงของบริษัท ฯ

บริษัทฯ ต้องจัดให้มีการประเมินความเสี่ยงอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง คณะทำงานบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ นำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบภายใน 30 วัน นับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลง

การประเมินความเสี่ยงตนเอง ประกอบด้วย การประเมินระดับความเสี่ยง คุณภาพการจัดการความเสี่ยง แนวโน้มความเสี่ยง พร้อมระบุแนวทางการลดหรือควบคุมความเสี่ยง

สำหรับกระบวนการประเมินความเสี่ยงและการวัดความเสี่ยง โดยใช้วิธีการประเมินและวัดความเสี่ยงจะใช้ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพตามความเหมาะสมและความซับซ้อนของความเสี่ยงแต่ละด้าน

นโยบายการบริหารความเสี่ยงที่สำคัญ

กระบวนการบริหารความเสี่ยงด้านต่างๆ สามารถประเมินความเสี่ยง ติดตามความเสี่ยง และรายงานความเสี่ยง ดังต่อไปนี้

1. วิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงด้านประกันภัย โดยคํานึงถึงปัจจัย ต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อการดําเนินงานของบริษัท ฯ เพื่อกําหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) และความเบี่ยงเบนจากระดับ ที่ยอมรับได้ (Risk Tolerance) ในแต่ละระดับ เพื่อกําหนดแนวทางการ บริหารความเสี่ยง

2. กําหนดวัตถุประสงค์ โดยระบุสิ่งที่คาดหวังหรือผลสําเร็จตามนโยบาย และวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักของฝ่ายงาน

3. การระบุเหตุการณ์ความเสี่ยง โดยพิจารณาและระบุถึงเหตุการณ์ความ เสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อเป้าหมาย ที่กําหนดไว้

4. การประเมินความเสี่ยง โดยพิจารณาจากการประเมินโอกาสที่จะเกิด ความเสี่ยง (Risk Likelihood) และผลกระทบ (Risk Impact) เพื่อให้ ทราบถึงระดับความรุนแรงของความเสี่ยงตั้งต้น (Inherent Risk) เพื่อ ใช้จัดลําดับความสําคัญของปัจจัยเสี่ยง

5. การประเมินมาตรการการควบคุมความเสี่ยง โดยระบุมาตรการที่มีอยู่ เพื่อประเมินประสิทธิผลและความเพียงพอ หากประเมินแล้วพบว่า ระดับการควบคุมความเสี่ยงที่มีอยู่ไม่เพียงพอต้องจัดทําแผนการ จัดการเพิ่มเติมด้วย

6. การรายงานความเสี่ยง โดยการจัดทํารายงานสรุปผลการบริหารความ เสี่ยงและแนวทางการจัดการความเสี่ยงด้านประกันภัยของบริษัท ฯ ต่อคณะกรรมการบริษัทหรือคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมายอย่าง สมํ่าเสมอและต่อเนื่อง เพื่อให้ได้รับทราบปัญหาข้อจํากัดที่เกิดขึ้น รวมถึงกําหนดแนวทางแก้ไขป้องกันและควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ใน ระดับที่ยอมรับได้

7. การติดตามและประเมินผล โดยการจัดทําระบบติดตามผลการ ดําเนินงานที่กําหนดไว้ เพื่อป้องกันและควบคุมความเสี่ยงได้ทันท่วงที รวมถึงกําหนดดัชนีชี้วัดความเสี่ยง (Key Risk Indicators : KRI) ระดับ ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และความเบี่ยงเบนจากระดับความเสี่ยง ที่ยอมรับได้ของปัจจัยแต่ละตัว เพื่อใช้ในการติดตามดูแลความเสี่ยง ที่เกิดขึ้นและรายงานให้ผู้บริหารระดับสูงอย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง

การควบคุมและการจัดการความเสี่ยงของบริษัทฯ

หลังจากประเมินความเสี่ยงแล้วต้องกำหนดแนวทางหรือวิธีการควบคุมความเสี่ยงโดยระบบการควบคุมที่ดีจะต้องง่ายต่อการนำไปปฏิบัติ และประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับต้นทุน รวมไปถึงเมื่อนำมาปฏิบัติจริงจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการทำงาน และคุณภาพของงานตลอดจนสามารถลดความเสี่ยงได้อย่างชัดเจน อาทิเช่น นโยบาย มาตราฐานวิธีการปฏิบัติงาน การกำหนดเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ การกำหนดเพดานความเสี่ยง การกำหนดอำนาจอนุมัติ ระบบการควบคุมภายใน ระบบการติดตามและรายงานความเสี่ยง รวมทั้งกำหนดวิธีการจัดการความเสี่ยงที่สามารถนำไปปฏิบัติจริงได้ โดยคำนึงถึงต้นทุนที่แท้จริงที่เกิดขึ้นโดยเปรียบเทียบกับผลประโยชน์ที่จะได้รับ และผลของการจัดการความเสี่ยงดังกล่าวต้องคำนึงถึงระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ด้วย

การปฏิบัติตามนโยบายการบริหารความเสี่ยง

(1) ให้พนักงานของบริษัทฯ ถือปฏิบัติตามนโยบายการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ

(2) การปฏิบัติงานใดๆ ที่ไม่เป็นไปตามนโยบายการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ ต้องได้รับการพิจารณา

(3) กรณีที่มีปัญหาในการตีความเกี่ยวกับนโยบายการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ กำหนดให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเป็นผู้ชี้แจ้งทั้งหมด

การบริหารสินทรัพย์และหนี้สิน (Asset Liability Management : ALM)

การบริหารสินทรัพย์และหนี้สิน เป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงจากความไม่สัมพันธ์กันระหว่างระยะเวลาและจำนวนสินทรัพย์ลงทุนกับระยะเวลาและจำนวนหนี้สินตามภาระผูกพันของบริษัท มีวัตถุประสงค์เพื่อการจัดการความเสี่ยงทางด้านการเงินสำหรับสินทรัพย์หนุนหลังเพื่อการจ่ายชำระหนี้สินสำหรับธุรกิจ เนื่องจากหนี้สินจากการรับประกันวินาศภัยส่วนใหญ่เป็นหนี้สินระยะสั้นจึงมีความเสี่ยงทางด้านดอกเบี้ยต่ำ แต่มีความเสี่ยงที่เกิดจาก มหันตภัย ความเสี่ยงที่เกิดจากการกำหนดราคาผิดพลาด และความเสี่ยงด้านการประมาณการหนี้สินค่าสินไหมทดแทนคลาดเคลื่อนสูง กลยุทธ์การบริหารสินทรัพย์และหนี้สินของบริษัทฯ จึงเน้นไปทางการรักษาสภาพคล่องทางการเงินให้อยู่ในระดับที่เพียงพอและเหมาะสม อันเนื่องมากจากความไม่แน่นอนของจำนวนกระแสเงินสดจ่าย รวมถึงระยะเวลาที่จะต้องจ่าย โดยการใช้เครื่องมือต่างๆในการบริหารจัดการความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทฯ จึงมีการประมาณการกระแสเงินสดจ่ายหนี้สินอย่างสม่ำเสมอ และจัดสรรเงินลงทุนเช่น ตราสารหนี้และเงินฝากธนาคารที่มีอายุ วันครบกำหนดและอัตราผลตอบแทนที่เหมาะสมเพื่อให้มีกระแสเงินสดรับที่สอดคล้องกับกระแสเงินสดจ่ายที่ประมาณการไว้ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวได้จัดทำโดยฝ่ายลงทุน โดยใช้ข้อมูลประกอบจากฝ่ายการเงินและฝ่ายสินไหมทดแทน โดยที่กลยุทธ์การบริหารสินทรัพย์และหนี้สินเน้นไปทางการรักษาสภาพคล่องทางการเงินเพื่อให้เพียงพอที่จะจ่ายชำระหนี้สินที่มีต่อผู้ถือกรมธรรม์ จำนวนกรมธรรม์ และหนี้สินตามกรมธรรม์ประกันภัยจึงเป็นสิ่งที่บริษัทนำมาใช้ในการพิจารณาตัดสินใจในการลงทุน ทั้งในเรื่องของระยะเวลาที่จะลงทุน และความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย

หน่วย : ล้านบาท
รายการ ปี 2562 ปี 2561
 ราคาบัญชี  ราคาประเมิน  ราคาบัญชี  ราคาประเมิน
สินทรัพย์ลงทุน (Total Investment Assets) 805.25 847.81 686.31 724.49
สินทรัพย์สภาพคล่อง (Total Liquid Assets) 841.76 844.89 863.72 864.26
หนี้สินรวม 442.00 455.77 451.69 448.79
หนี้สินตามสัญญาประกันภัย 208.31 222.66 136.66 134.31

หมายเหตุ
- ราคาบัญชี หมายถึง สินทรัพย์และหนี้สิน ที่ประเมินตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน
- ราคาประเมิน หมายถึง สินทรัพย์และหนี้สินที่ประเมินตามประกาศคณะกรรมการกับกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยการประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทประกันวินาศภัย เพื่อวัตถุประสงค์หลักในการกำกับความมั่นคงทางการเงินของบริษัทประกันภัย และเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทมีความสามารถในการจ่ายผลประโยชน์ตามสัญญาประกันภัยได้อย่างครบถ้วนแก่ผู้เอาประกันภัย